ชีวิตดี 5 มิติ เคล็ดลับการตั้งเป้าหมายปี 2019 แบบทำได้จริง

January 19, 2019

 

 

อีกอาทิตย์กว่า ๆ ก็เข้าปีใหม่แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงมี New Year Resolution เบา ๆ ล่องลอยอยู่ในหัวกันบ้าง หรือบางคนก็อาจจะเก็บไว้คิดใกล้ ๆ ปีใหม่ ประมาณว่าพอจะปีใหม่ปุ๊บก็ “เอาโว้ยคิดซักหน่อยละกัน” แต่รู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่ที่ตั้งเป้าหมายด้วยวิธีนี้มักจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายนั้นเพียงแค่ 5 วัน นั่นคือ นั่งคิด นั่งตั้งเป้าหมายใน 3 วันของปีก่อนหน้า และลงมือทำจริงจังอีก 2 วันของปีใหม่เท่านั้น 

 

ลองสังเกตดูว่าเป้าหมายของคุณในปีนี้ ยังเป็นเป้าหมายเดิมจากปีที่แล้วนำกลับมา Reuse ใช้ใหม่ในปีนี้อีกรอบหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นลดน้ำหนัก ปลดหนี้ เก็บเงิน ฝึกภาษาอังกฤษ และอีกมากมายที่ยังคงวนเวียนกลับมาเจอกันในทุก ๆ ปีใหม่ 

 

ถ้าใช่เราจะชวนคุณมาตั้งเป้าหมายรูปแบบใหม่ และขอให้คุณให้เวลากับการตั้งเป้าหมายนี้สัก 1 อาทิตย์ก่อนปีใหม่ โดยเป้าหมายที่ว่านี้จะเน้นไปที่ “ความมั่งคั่งในชีวิต” รับประกันว่านอกจากจะเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงแล้ว ยังเป็นการตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตในปีต่อไปของคุณมีความสุขแบบรอบด้านเลยทีเดียว

 

ก่อนอื่นเลยมาพูดถึง “ความมั่งคั่ง” กันก่อน เวลาคิดถึงความมั่งคั่งกับความร่ำรวยมันจะรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มีบทความต่างประเทศบทความหนึ่งได้อธิบายความหมายของ 2 สิ่งนี้ไว้ว่าว่า “ความร่ำรวยสามารถวัดกันได้ที่ตัวเงินที่เรามี แต่ความมั่งคั่งวัดได้จากเวลาที่เราจัดสรรชีวิต” นั่นหมายความว่าหากคุณมีเงินมากมายแต่ไม่สามารถจัดเวลาชีวิตไปทำเรื่องที่ตั้งใจอยากจะทำคุณก็เป็นเพียงคนที่ร่ำรวย แต่หากคุณเป็นคนที่มีกินมีใช้ และมีเวลามากพอที่จะจัดสรรสร้างความสุขให้ตัวเองได้ในหลาย ๆ ด้าน แบบนี้คุณคือคนที่มั่งคั่ง

 

 

ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกว่ามันต้องเป็นเป้าหมายฟังดูยาก แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ แต่ครอบคลุมในทุก ๆ ด้านของชีวิตเท่านั้นเอง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 ด้าน 

 

สิ่งสำคัญในการตั้งเป้าหมายของเราคือต้องเป็นเป้าหมายที่วัดได้ กำหนดเวลาให้ชัดเจน และทุกเป้าหมายต้องมีแผนการในการทำ บอกเลยว่าไม่ยาก มา! เรามาตั้งเป้าหมายสร้างความมั่งคั่ง 5 ด้าน ไปด้วยกัน

 

1. เป้าหมายด้านสุขภาพ... “สุขภาพดีใบเบิกทางชีวิตดี”

อย่างที่บอกไปว่าไม่ต้องตั้งเป้าหมายอะไรใหญ่โตเกินตัว ตั้งไปเลยไม่ต้องแคร์ใคร มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับคนอื่น แต่มันคือเรื่องใหญ่สำหรับเราก็ได้ เป้าหมายด้านสุขภาพง่าย ๆ เช่น “วิ่งเดือนละ 15 วัน” “ดื่มกาแฟดำแทนกาแฟเย็น” “ทุกมื้อต้องมีผัก”

 

เป้าหมายแค่นี้แต่เชื่อไหมว่าถ้าคุณทำได้ มันจะรู้สึกดีกับตัวเองมาก ๆ เลยเอาง่าย ๆ ลองไปถามความรู้สึกของคนที่ออกกำลังกายดู เขาไม่รู้สึกตอนนั้นทันทีหรอกว่ากล้ามขึ้นแล้ว น้ำหนักลงตามเป้าแล้ว แต่มันคือความรู้สึกดีที่ได้ลงมือทำ คือความสะใจที่ได้เสียเหงื่อ

 

และเพียงแค่มีสุขภาพที่ดีก็เท่ากับมีใบเบิกทางที่จะทำตามเป้าหมายอื่น ๆ ที่เหลือได้แล้ว

 

2. เป้าหมายด้านความสัมพันธ์… “คนใกล้ตัวยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งต้องให้ความสำคัญ”

เรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไป บางคนหาเงินเก่ง แต่แค่หาเวลาทานข้าวกับที่บ้านยังไม่มี ลองคิดถึงวันที่คุณสำเร็จแต่ไม่มีใครร่วมยินดีในความสำเร็จนั้นกับคุณสิ มันคงเศร้าน่าดู เพราะฉะนั้น อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน หรือครอบครัว

 

เป้าหมายด้านความสัมพันธ์ หากคุณยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ เรายกตัวอย่างให้ง่าย ๆ เช่น คุณอยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็ลองตั้งเป้าหมายว่าจะกลับบ้านเดือนละ 1 ครั้ง หรือพาหลาน ๆ ไปหาคุณตาคุณยาย 2 อาทิตย์ครั้ง หรืออาจจะเป็นตั้งกิจกรรมไว้ทำร่วมกันในบ้านเช่น ทุกวันอาทิตย์ช่วงค่ำจะมีมีทติ้งดูหนังกันที่บ้าน

 

และอีกทริคที่จะทำให้คุณทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จคือการจัดตารางชีวิตโดยลงตารางที่จะใช้เวลากับคนใกล้ตัว ไว้ก่อนที่จะใส่เวลางานเข้าไป เพราะหากจัดตารางงานก่อนแล้วรอดูวันว่างเพื่อให้เวลากับครอบครัว เชื่อสิว่าสุดท้ายแล้วคุณก็จะไม่ได้ทำมันเลย

 

3. เป้าหมายด้านการงาน… “งานคืออีกส่วนสำคัญของความสุขในชีวิต”

ก่อนจะไปถึงเรื่องเงิน อยากให้คุณให้ความสำคัญกับงานก่อน เพราะเราจะมีชีวิตที่มีความสุขไม่ได้เลย ถ้าเราไม่รู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำจริงไหม และหน้าที่การงานนี่แหละเป็นตัวชี้วัดความภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด

 

ปีใหม่นี้ลองตั้งเป้าดูว่า เราคิดอยากจะลงมือทำอะไรในงานเราบ้าง เช่น อยากมีงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถสร้างรายได้เข้าอีกทาง อยากเปลี่ยนงาน อยากทำอะไรในงานให้เก่งขึ้น ลองดู อย่าตั้งเพียงแค่จะเก็บเงินจากเงินเดือนเท่าไหร่

 

4. เป้าหมายด้านการเงิน... “เรื่องเงินต้องตั้งให้ชัดเจน แล้วจะดี”

ปีนี้จะปลดหนี้ ปลดเท่าไหร่? ปลดกี่เจ้า? 

ปีนี้จะเก็บเงิน เก็บเท่าไหร่? เก็บเอาไปทำอะไร?

การตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ถูกต้องวัดได้ ลองเปลี่ยนใหม่เขียนตัวเลขให้ชัดเจน จะลดหนี้ 50% ของหนี้ที่มี จะออมเงิน 1 แสนบาทให้ได้ในปีนี้ แบบนี้คุณจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจับต้องได้

 

5. เป้าหมายการพัฒนาตัวเอง... “มันคือการเติมเต็ม ความรู้สึกดีให้กับตัวเอง”

เคยคิดว่าอยากทำอะไรได้ อยากเก่งในเรื่องนี้ ๆ กันบ้างใช่ไหม ตั้งโจทย์ให้ตัวเองเลย ปีนี้อยากเล่นกีต้าร์เป็น อยากฝึกร้องเพลง อยากพูดภาษาอังกฤษคล่อง อยากทำอาหารเป็น ตั้งแล้วก็สมัครเรียน หาข้อมูล ฝึก หรือลงมือทำเลย เรื่องการพัฒนาตัวเอง มันอาจจะไม่ได้ทำให้คุณรวยขึ้น แต่ที่เห็นได้ชัดคือความรู้สึกดีกับตัวเอง เพราะไม่ว่าใครลองได้เก่งอะไรขึ้นมาแม้แต่นิดเดียวก็มีความสุขขึ้นแล้ว

 

หากด้านต่าง ๆ ในชีวิตเหล่านี้แหว่งหายไปสักเรื่องก็คงทำให้เราขาดความสุขไปบางส่วนเหมือนกัน คนรวยบนรถเข็นคงไม่มีความสุข คนทำงานเก่งแต่ไม่มีใครโทรหาในวันเกิดก็คงไม่มีความสุขเช่นกัน 

 

ลองซอยย่อยแบ่งเป้าหมายแต่ละด้านให้เล็กลงแต่ครอบคลุมดู มันจะทำให้คุณเป็นคนที่รวยความสุข และมั่งคั่งที่สุด และอย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วการตั้งเป้าหมายจะต้องไม่บีบบังคับ หรือกดดันจนคุณไม่มีความสุข นี่คือคีย์สำคัญที่จะทำให้คุณทำมันสำเร็จ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthyliving

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

  • Facebook - Black Circle
  • Line_icon
  • Instagram - Black Circle
  • Google+ - Black Circle
  • Blogger - Black Circle
Copyright © 2018 CafeteriaThailand.